วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

ไส้กรอกเยอรมันที่สวนผึ้ง

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2555 ผมไปทำธุระบางอย่างที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  จึงมีโอกาสไปแวะชิมไส้กรอกเยอรมันที่ "ไร่บรรทิพา"  ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ริมถนนหมายเลข  3087 เลยทางขึ้นเขากระโจมไปนิดเดียว (ดูที่ตั้งและพิกัด) ในเขต ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี   จอดรถที่เชิงเขาแล้วเดินขึ้นบันไดไปอีกหลายขั้นอยู่ เล่นเอาหอบเหมือนกัน  ข้างบนเป็นร้านอาหารเล็กๆ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านส่วนใหญ่จะเป็นขาประจำ  บรรยากาศเป็นกันเอง  จิบเบียร์เย็นๆ พร้อมรับประทานอาหารเยอรมันหลากหลายชนิด ฟังเพลงคันทรี และสามารถชมวิวสวนผึ้งได้ 360 องศาเลยทีเดียว

ชมวิวสวนผึ้งได้ 360 องศา



















ร้านนี้บริการอาหารและเบียร์เยอรมัน ซึ่งผมก็ไม่ค่อยสันทัดชื่ออาหารและยี่ห้อเบียร์มากนัก ต้องคอยถามรายละเอียดเจ้าของร้านอยู่เสมอ  เมนูอาหารที่เป็นจุดขายก็คือ "ไส้กรอกเยอรมัน" (German sausage) ใครที่ดั้นด้นมาถึงแล้ว ส่วนใหญ่ก็เพื่อมารับประทานเจ้าไส้กรอกแกล้มกับเบียร์เย็นๆ นี้เอง    


















    
































เจ้าของร้านและลูกสาว























หากท่านใดต้องการมารับประทานใส้กรอกเยอรมันกับเบียร์เย็นๆ ที่นี่แล้ว ขอแนะนำควรจองล่วงหน้าไว้ก่อนก็จะดี  เดี๋ยวจะพลาดโอกาส  เพราะร้านอาหารแห่งนี้ รองรับลูกค้าได้ไม่มากนัก ท่านสามารถติดต่อได้โดยตรงที่

ไร่บรรทิพา ไส้กรอกเยอรมัน 
คุณพันทิพา  หงษ์อ่อน โทร.084-734-3004, 081-821-1276
ตั้งอยู่เลขที่ 315/1 ม.3 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
อีเมล์ : puntipar_04@hotmail.com
(ดูที่ตั้ง แผนที่ และพิกัด)

**************************************
อ่านต่อ >>

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แกงกระดองกรุบ : อาหารสูตรเด็ดของคนลุ่มน้ำแม่กลองแถบสวนวัดเพลง

แกงกระดองกรุบ เป็นแกงกะทิประเภทแกงเผ็ด แกงพื้นบ้านในอดีตของชาวสวนวัดเพลงแถบที่อยู่เขตติดต่อกับอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นแกงที่ทำกินกันแต่ในเฉพาะครัวเรือน ไม่นิยมทำเลี้ยงเนื่องในเทศกาลงานบุญ เพราะเป็นแกงที่ใช้มะพร้าวสิ้นเปลืองอย่างมาก จนกลายเป็นคำพูดที่ล้อเลียนกันว่า แกงกินล้างกินผลาญ เพราะถ้าหากไม่ใช่ชาวสวนที่มีมะพร่าวเยอะแบบนี้แล้ว คงจะไม่มีแกงชนิดนี้กินเป็นแน่ เนื่องจากแกงกระดองกรุบหนึ่งหม้อแกงจะต้องใช้มะพร้าวอ่อนถึง 2 ทะลาย เลือกใช้แต่เฉพาะมะพร้าวอ่อนๆ ที่กะลายังไม่แข็งเท่านั้น นำมาหันเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่แกง เวลาเคี้ยวจะกรุบๆ จึงเรียกว่า แกงกระดองกรุบ

เครื่องปรุง
กะลามะพร้าวอ่อน พริกแห้ง หอม กระเทียม กะปิ ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด ลูกผักชี กะทิ น้ำปลา ใบโหระพา พริกอ่อน เนื้อหมูหรือไก่

วิธีทำ
  1. หั่นกระดองหรือกะลามะพร้าวอ่อนให้เป็นชิ้นเล็ก นำไปแช่ในน้ำส้มสายชู ทิ้งไว้สัก 1-2 ชม.เพื่อไม่ให้กะลามะพร้าวอ่อนกลายเป็นสีน้ำตาลเวลาแกง
  2. นำพริกแห้ง หอม กระเทียม กะปิ ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด ลูกผักชี มาโขลกเป็นน้ำพริกแกง และเนื้อหมูหรือไก่ที่หั่นเตรียมไว้ มารวนกับหัวกะทิจนแตกมัน แล้วจึงเติมหางกะทิที่เหลือลงไป
  3. ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยน้ำปลาและตัดหวานด้วยน้ำตาลมะพร้าวเล็กน้อย
  4. ใส่กะลามะพร้าวอ่อนที่หั่นเตรียมไว้ และใส่พริกอ่อนหั่นเฉียง ใบโหระพาเป็นลำดับสุดท้ายและยกลง หากบางบ้านที่ต้องแกงเผื่อให้คนแก่กินด้วยแล้วก็อาจจะตั้งไฟทิ้งให้กะลามะพร้าวอ่อนมีความนิ่ม ไม่กรุบแข็งก็ได้
***************************************************

ที่มาข้อมูลและภาพ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี. (2554). นิทรรศการอาหารการกินพื้นถิ่นคนราชบุรี. ณ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2554.
อ่านต่อ >>

กินอยู่ตามกลุ่มชาติพันธ์ : กินแบบชาวจีน

ชาวจีนอพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินอยู่ในราชบุรีเป็นจำนวนมากในช่วงรัชกาลที่ 3-4 มีทั้งชาวจีนแต้จิ๋ว  กวางตุ้ง ไหหลำ แคะ และฮกเกี้ยน  ชาวจีนเหล่านี้กระจัดกระจายกันอยู่ในเขตอำเภอเมืองราชบุรี อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอบ้านโป่งและอำเภอโพธาราม และกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่มีจำนวนมากที่สุดในเมืองราชบุรี

ชาวจีนเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมความเจริญในด้านต่างๆ มาเป็นเวลานานนับปี และยังส่งอิทธิพลให้แก่ชาติต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะวัฒนธรรมในเรื่องอาหารการกิน อาหารจีนถือได้ว่าเป็นอาหารที่เลิศรสและมีความหลากหลาย ทั้งอาหารจานผัด ต้มจืด ต้มพะโล้หรือตุ๋นเข้าเครื่องยาจีน ที่ถือกันว่าเป็นอาหารที่บำรุงสุขภาพ หรือแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวนานาชนิด เหล่านี้ล้วนเข้าไปแทรกอยู่ตามสำรับอาหารของคนราชบุรีทั้งสิ้น

แต่ขณะเดียวกันชาวจีนเองก็รับเอาแกงส้ม แกงคั่ว ต้มยำของคนไทย มาไว้ในสำรับของตนด้วยเช่นกัน โดยปรุงแต่งรสชาติให้ถูกปากตามแบบชาวจีนที่ไม่กินอาหารรสจัด  ชาวจีนส่วนใหญ่ จะกินอาหารที่มีรสเค็ม อาหารส่วนใหญ่จะเป็นข้าว นิยมกินข้าวสวยในมื้อเช้า และมือเย็น ส่วนมื้อกลางวันจะกินข้าวต้ม กับข้าวนิยมกินคือ ไข่เค็ม เกี่ยมฉ่าย (ผักกาดดอง) ไชโป๊ว (หัวผักกาดดอง) ปลาเค็ม ถั่วคั่ว เต้าหู้ ถั่วงอก ซีอิ๋ว

ข้าวแห้ง : อาหารสูตรเด็ดของชาวจีนดำเนินสะดวก
อาหารประเภทหนึ่งที่ชาวจีนเป็นต้นตำรับทำขายอยู่แต่ในดำเนินสะดวกและบริเวณใกล้เคียงอย่างสมุทรสงคราม ได้แก่ข้าวแห้ง คือข้าวสวยที่ราดด้วยน้ำไก่ปรุงรส โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ตั้งฉ่าย ผักชี ต้นหอม ใบขึ้นฉ่าย และกุ้งชุบแป้งทอด ปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่

เครื่องปรุง
ข้าวสวย ไก่(ใช้ทั้งตัว)  เลือดไก่ กระเทียม ซีอิ๊วหวาน ดกลือ ผักชี ต้นหอม ใบขึ้นฉ่าย ตั้งฉ่าย กุ้งชุบแป้งทอดหากไม่มีจะใช้หนังปลาทอดกรอบ หรือเห็ดนางฟ้าทอดแทนก็ได้

วิธีทำ
  1. นำไก่ทั้งตัวมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ
  2. นำไก่มาผัดกับกระเทียม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วหวานและเกลือ ผัดจนน้ำไก่ออกให้เติมน้ำธรรมดาลงไป ใส่เลือด ทิ้งไว้จนเดือดแล้วค่อยช้อนฟองทิ้ง ยกลวจากเตา
  3. นำกุ้งสด (ถ้าไม่มีจะใช้หนังปลาหรือเห็ดนางฟ้าก็ได้ แต่ถ้าใช้กุ้งจะอร่อยกว่า) ชุบแป้งข้าวเจ้า ปรุงรสด้วยเกลือและนำไปทอดในน้ำมันให้กรอบ
  4. นำไก่ปรุงรสไปราดหน้าบนข้าวสวย โรยด้วยผักชี ต้นหอม ใบขึ้นฉ่าย ตั้งฉ่าย และกุ้งชุบแป้งทอด
***************************************************

ที่มาข้อมูล
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี. (2554). นิทรรศการอาหารการกินพื้นถิ่นคนราชบุรี. ณ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2554.
อ่านต่อ >>

กินอยู่ตามกลุ่มชาติพันธ์ : กินแบบชาวมอญ

กลุ่มชาวมอญนับว่าเป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่ยังคงเหลือเอกลักษณ์ของอาหารการกินมากที่สุด และยังคงสืบทอดทำกันอยู่ในวิถีชีวติประจำวันมากกว่าบรรดากลุ่มชาติพันธ์ต่างๆ ในเมืองราชบุรี

ชาวมอญในจังหวัดราชบุรี ตั้งบ้านเรือนอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำแม่กลองในเขตอำเภอบ้านโป่งและอำเภอโพธาราม วิถีชีวิตส่วนใหญ่จึงทำนาปลูกข้าว อาหารหลักจึงได้แก่ ข้าวและบรรดาสัตว์น้ำต่างๆ ที่หาได้จากแม่น้ำ โดยเฉพาะปลา  และนิยมใช้ผักพื้นบ้านมาปรุงแต่งเป็นอาหาร ผักที่ชาวมอญนำมาปรุงเป็นอาหารมักจะเป็นผักที่มีอยู่ตามฤดูกาล โดยมากมักจะเป็นผักที่มีเมือกลื่นและออกรสเปรี้ยว เช่น กระเจี๊ยบเขียวหรือบอกะต๊าด  ใบกระเจี๊ยบแดงหรือฮะเจ๊บ ผักปลังหรืออะนิงลาง เป็นต้น

แกงที่นิยมทำได้แก่ แกงส้มคล้ายของไทยแต่จะหนักเครื่องแกงเพื่อดับกลิ่นคาว และจะใส่กระชายกับข้าวเบือลงไปด้วย ไม่ใส่น้ำตาล แกงส้มของชาวมอญจึงมีรสเปรี้ยวเค็ม และมักจะแกงกับผักรวมหรือผักที่มีตามฤดูกาล เช่น เดือนห้าต่อเดือนหก แกงส้มลูกสั้นที่คนมอญเรียกลูกอะล้อด เดือนแปดถึงเดือนเก้ากินแกงส้มมะตาดหรือฮะเปร๊า ส่วนแกงกะทิพวกแกงคั่วก็เป็นที่นิยม เช่นแกงขี้เหล็ก แกงคั่วลูกตาลกับถั่วเขียวแกง  ที่ไม่ใส่กะทิ ก็ได้แก่ แกงเลียง ต้มเค็มใบส้มป่อย แกงบอน ฯลฯ โดยเฉพาะแกงบอนจะนิยมทำเลี้ยงในงานบุญมากกว่าทำกินในชีวิตประจำวัน เพราะมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก

อย่างไรก็ดี อาหารประจำสำหรับสำรับของชาวมอญ ที่ต้องมีทุกมื้อขาดไม่ได้ คือ น้ำพริก ได้แก่ น้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกตาแดง  น้ำพริกกะปิ นำพริกกุ้งแห้ง และน้ำปลายำ โดยเฉพาะน้ำปลายำ จัดเป็นอาหารพื้นถิ่นกินเฉพาะชาวมอญอีกอย่างหนึ่ง น้ำพริกชนิดต่างๆ จะกินกับผักสด ผักดองหรือผักต้ม ตามแต่ประเภทของน้ำพริก และมีปลาเค็มกินเป็นเครื่องเคียงด้วยเช่นกัน

นอกจากอาหารที่กินในวิถีชีวิตประจำวันของชาวมอญแล้ว ยังมีอาหารที่ทำขึ้นในเทศกาลสงกรานต์โดยเฉพาะและเป็นที่รู้จักกันดีของคนทั่วไปจนทุกวันนี้ ได้แก่ ข่าวแช่ หรือชาวมอญเรียกว่า เปิงดาจก์ แปลว่า ข้าวน้ำ  ข้าวแช่นั้นเป็นอาหารที่เกี่ยวข้องกับพืธีกรรม  มีขั้นตอนในการทำค่อนข้างพิถีพิถัน ใช้เวลาในการจัดเตรียมมาก  และเมื่อปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะต้องนำไปถวายบูชาต่อเทวดา จากนั้นจะนำไปถวายพระ และแบ่งไปส่งผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เหลือจากนั้นจึงจะนำมาตั้งวงแบ่งกันกินกันเองภายในครัวเรือน

การกินข้าวแช่ เป็นการกินอาหารที่สอดรับกับสภาพภูมิอากาศได้เป็นอย่างดี เพราะช่วงฤดูร้อน การกินอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบมากๆ ทำให้ย่อยง่าย ลดอุณหภูมิภายในร่างกาย คลายร้อนสร้างสมดุลภายในร่างกาย นับเป็นภูมิปัญญาอันชาญฉลาดในการเลือกกินของชาวมอญเป็นอย่างยิ่ง

แกงมะตาด (ฟะฮะเปร๊า) : อาหารสูตรเด็ดของชาวมอญ
แกงมะตาดหรือฟะฮะเปร๊าในภาษามอญ เป็นแกงแบบแกงส้มของคนไทย แต่น้ำแกงจะข้นเพราะใส่เนื้อปลามาก เครื่องแกงจึงต้องหนักกระชายเพื่อดับคาวปลา ปกติแล้วแกงส้มของชาวมอญมักไม่ใส่น้ำตาล เพื่อให้น้ำแกงมีรสเปรี้ยวและเค็ม โดยเฉพาะลูกมะตาดนั้น จะมีรสเปรี้ยวอยู่แล้ว แต่ถ้าหากยังเปรี้ยวไม่พออาจจะใส่น้ำส้มมะขามเพิ่มลงไปอีกได้  ชาวมอญจะแกงส้มใส่ผักที่มีตามฤดูกาล อย่างเช่น แกงมะตาด นี้จะแกงกินในช่วงเดือนแปดถึงเดือนเก้า เท่านั้น

เครื่องปรุง
พริกแห้ง 5 เม็ด ฉีกแช่น้ำ กระชาย 5 ราก หอมแดง 4-5 หัว ผิวมะกรูดเล็กน้อย ตะไคร้เล็กน้อย กะปิ น้ำปลา

วิธีทำ
ทำตามขั้นตอนดังนี้
  1.  คั้นพริกแห้งแช่น้ำ ตำพร้อมกับผิวมะกรูดและตะไคร้ให้ละเอียด
  2. โขลกตะไคร้ หอมแดง กระชาย และกะให้เข้ากับเครื่องปรุงในข้อ 1
  3. ละลายเครื่องแกงใส่น้ำพอสมควร ใส่มะตาดที่สับแล้วหั่นตามทางยาวเป็นชิ้นเล็กๆ
  4. ตั้งไฟให้เดือด ใส่ปลาสดหรือปลาย่างตามต้องการ ถ้าหากต้องการน้ำแกงข้น แบ่งเนื้อปลาโขลกกับเครื่องแกง
  5. มะตาดมีรสเปรี้ยว ปรุงรสด้วยน้ำปลา หากรสเปรี้ยวไม่พอ เติมนำมะขามตามใจชอบ
*************************************************

ที่มาข้อมูล
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี. (2554). นิทรรศการอาหารการกินพื้นถิ่นคนราชบุรี. ณ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2554.
อ่านต่อ >>

กินอยู่ตามกลุ่มชาติพันธ์ : กินแบบชาวลาว

กลุ่มชาติพันธ์ลาวที่อยู่อาศัยในเมืองราชบุรีนั้น ประกอบไปด้วย โซ่ง ไท-ยวน และลาวเวียง ถูกกวาดต้อนจากการศึกสงครามเข้ามาอยู่ที่เมืองราชบุรีในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นในเวลาใกล้เคียงกัน ชาวลาวเหล่านี้มาจากที่ต่างๆ กัน  มีภาษาพูดและวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่ในเรื่องอาหารการกินนับว่ายังมีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก โดยเฉพาะการกินอาหารที่ไม่มัน จึงไม่นิยมกินอาหารที่มีความมัน เช่น แกงกะทิ แต่จะหนักไปทางรสชาติเผ็ดและเค็ม ด้วยการใส่ปลาร้าเพื่อปรุงอาหาร เช่น

กลุ่มไท-ยวน จะนิยมแกงหน่อไม้เปรี้ยวที่ทำจากหน่อไม้รวกที่หาได้มาดองกิน แกงใส่หอยกาบทั้งเปลือก แกงเลียงผักต่างๆ หรือแกงหยวกกล้วยอาหารยอดนิยมที่เป็นแกงกะทิแบบแกงคั่ว แต่ก็มีเครื่องปรุงคือน้ำปลาร้าเป็นตัวชูรส

ในขณะที่ลาวโซ่งจะมีอาหารประเภทที่คล้ายกับอาหารลาวมากที่สุด คือ อาหารประเภทลาบเลือด ที่ทำจากเนื้อหมูต้มนำมาสับให้ละเอียดแล้วนำมาคลุกกับเลือดหมูสดๆ ปรุงรสด้วยพริก น้ำปลา มะนาว หอม กระเทียมและเครื่องเทศต่างๆ เป็นอาหารยอดนิยมของชาวโซ่งในอดีต เพราะเชื่อกันว่ากินแล้วจะทำให้แข็งแรง และยังมีอาหารประเภทยำ เช่น จุ๊บผัก เป็นการยำผักด้วยเครื่องแกงเผ็ดผสมกับเนื้อสัตว์ รสชาติจะเผ็ดและเปรี้ยว

ส่วนชาวลาวเวียงนั้น ในเรื่องอาหารการกินจะไม่แตกต่างกันมากนัก มักจะกินอาหารประเภทแกงเผ็ดแกงคั่ว เช่นกัน แต่สิ่งที่คล้ายกันสำหรับชาวลาวเหล่านี้คงหนีไม่พ้น น้ำพริกปลาร้า ที่กินกับผักได้ทุกชนิด ชาวลาวในราชบุรีแต่เดิมจะกินข้าวเหนียว เช่น ลาวโซ่ง และไท-ยวน แต่ปัจจุบันได้หันมากินข้าวเจ้าแทน

อาหารของชาวลาวจะมีข้าว และปลาเป็นหลัก รวมทั้งสัตว์อื่นๆ ที่หาได้จากแหล่งน้ำต่างๆ เช่น หอยกาบ หอยเลียด กุ้งฝอย ฯลฯ จะไม่ค่อยกินสัตว์ใหญ่ นอกจากเวลามีงานพิธีใหญ่ๆ จึงจะฆ่าหมู วัว ควายและไก่กินสักครั้งหนึ่ง เช่น พิธีเซ่นไหว้ผีต่างๆ ของชาวลาวโซ่ง เป็นต้น

แกงหยวกใส่หอยกาบ : อาหารสูตรเด็ดของชาวไท-ยวน
แกงหยวกเป็นแกงกะทิประเภทแกงคั่วของชาวไท-ยวนที่นิยมกินมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นิยมแกงกับหอยกาบ เนื่องจากหาได้ง่ายตามหนองบึงต่างๆ แต่ถ้าไม่มี จะใส่เป็นเนื้อไก่หรือหอยแมลงภู่แทนก็ได้ หยวกกล้วยที่นำมาใช้แกงจะเลือกเอาแต่ใส้กลางมาใช้ ฝานตามขวางให้เป็นฝอยบาง เส้นใยและน้ำฝาดยางกล้วยมีคุณสมบัติที่ดีแก่ท้องและลำไส้

เครื่องปรุง
หยวกกล้วยหั่นฝอย หอยกาบ กะทิ พริกแห้ง ข่า ตะไคร้  หอม ผิวมะกรูด  กระเทียม ปลาร้า

วิธีทำ
  1. นำพริกแห้ง ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผิวมะกรูด มาโขลกเป็นน้ำพริกแกง
  2. นำปลาร้ามาสับให้ละเอียดและใส่ครกตำรวมกับพริกแกง
  3. ละลายเครื่องแกงใส่ในน้ำกะทิ ตั้งไฟจนเดือด ใส่หอยกาบและหยวหกล้วยหั่นฝอย พอเดือดอีกครั้งยกลงจากเตา
********************************************

ที่มาข้อมูล
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี. (2554). นิทรรศการอาหารการกินพื้นถิ่นคนราชบุรี. ณ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2554.
อ่านต่อ >>